วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

กรณี 14 มหาวิทยาลัย ปัญหาที่ควรแก้ หรือ ควรปล่อยให้หายไปตามกาลเวลา


ธุรกิจย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้องค์กรVSความเท่าเทียมในการไม่เลือกปฏิบัติในสังคม

........เป็นเพียงแค่การแชร์ภาพถ่าย ที่ในความรู้สึกของคนถ่ายก็คงคิดเหมือนใครหลายๆคน ที่มองว่ามันไม่   เหมาะเลยน่ะ มันไม่ยุติธรรมเลยของแบงก์ม่วงที่ระบุในคุณสมบัติของผู้สมัครงานเช่นนี้
แต่ในสภาพสังคมเป็นจริงในปัจจุบัน มันคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีอยู่ไม่น้อยที่ บริษัทธุรกิจห้างร้านก็ยังคงใช้เกณฑ์นี้อยู่ เพียงแต่กรณีนี้ แบงก์ม่วง(>เผลอ)ผิดพลาดในการสื่อสารภายในและ(>บังเอิญ)เผยแพร่สู่สาธารณะก็เท่านั้น ถือซะว่าถูกลอตเตอร์รี่รางวัลที่1พิเศษไปก็แล้วกัน

.........เรื่องแบบนี้ไม่ใช่แค่เพิ่งเกิดขึ้นในสังคมธุรกิจ มันมีมานานพอๆกับการสร้างมหาวิทยาลัยแห่งที่สองของไทย แน่นอน เมื่อมีสองย่อมมีการเปรียบเทียบเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา อาทิ สมัยคราวสร้าง มอเหลืองแดง ก็ยังได้รับความไม่เท่าเทียมเมื่อไปเปรียบเทียบกับมอชมพู เหมือนเด็กเรียนดีกับเด็กเรียนไม่ดีแยกห้องกันอยู่ จนกลายมาเป็นค่านิยมฝังลึกในองค์กรธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีต้นกำเนิดมาแต่ครั้งโบราณปางก่อนนู้นนนนน จนเคยมีคำพูดติดปากอย่างคำว่า"ปูนดีสีชมพู" แต่ก็อย่างว่า ธุรกิจต่างๆมีสิทธิ์ที่จะเลือก เขาก็ย่อมเลือกในสิ่งที่เขามองว่าดีกว่า

.........การที่มีหลายธุรกิจมีแนวคิดเช่นนี้ ทั้งบริษัทระดับกลาง ไปถึงขนาดใหญ่ ยิ่งตอกย้ำค่านิยมของสังคม ที่ต้องเรียนมหาลัยดังเท่านั้น ไม่ดังไม่เรียน ไม่ดังไม่น่าภูมิใจ จนเกิดสภาวะที่ความเชื่อไหลไปกองกัน โดยที่ไม่สนปัจจัยอื่นใดเลย ทั้งที่มหาวิทยาลัยพยามยามกระจายสู่ภูมิภาค แต่ความเชื่อมั่นกลับอยู่ที่การจัดอันดับมหาลัยเด่นดังในแต่ละปี ความเก่าแก่สร้างมานาน ชื่อเสียงจากข่าวสารที่เสพในแต่ละวัน กลับกลายเป็นการแยกกลุ่ม แยกจำพวก หากดูปัจจัยด้านเงินร่วมด้วย อาทิ คนที่เรียนดีเงินมากจะไปกองที่นึง คนที่เรียนไม่ดีเงินมากจะไปกองที่นึง อื่นๆที่เหลือจะไปกองอีกที่นึง แค่เพียงเงินที่หาเองหรือมีคนส่งให้ นส. นศ. แต่ละเดือนก็แบ่งคนออกเป็นแต่ละกลุ่มได้ ลองดูที่ยอดจำนวนผู้กู้ กยศ.แต่ละปี ก็คงพอจะมองเห็นภาพ นี่แค่เพียงปัจจัยเดียวที่ร่วมด้วย ก็ทำให้โอการในการศึกษาต่างกัน ส่งผลให้โอกาสในการทำงานต่างกัน....เหมือนมีเส้นทางให้เลือกเดินแต่ความเป็นจริงไม่มี


.........ถ้าหากฉันเลือกกองแรกมันก็ไม่ผิด กองสองตัดทิ้ง กองสามคัดยาก มันไม่น่าแปลกถ้าจะเลือกแบบนี้ แต่การนำเสนอสิ่งที่คิดแบบนี้ให้สังคมรับรู้ ทำให้สังคมที่ต้องเลือกตัดสินใจอยู่ตลอดเวลาวิตกไปตามๆกัน ฉันเรียนจบ ม.6 ฉันจะต่อที่? ฉันเรียนอยู่ปี1(ปี2ปี3...)มอไม่ดัง ฉันรู้สึก? ฉันเป็นพ่อแม่ที่มีลูกเรียนมอไม่ดัง ฉันคิด? ฉันเป็นอาจารย์สอน มอไม่ดัง ฉันจะตอบ?
         "ตัวฉันเป็นผู้บริหารมหาลัย มหาลัยฉันผลิต นศ. นส. ออกไปในตลาด มีอยู่ที่หนึ่งแล้ว ที่เขาไม่รับเด็กของฉัน"  


.......................................เข้าร้านหนังสือ เราย่อมเดินเลือกหนังสือที่อยากอ่าน.......................................... ............การหายไปของหนังสือสักชุด สักชั้นวาง ก็คงไม่รู้สึกอะไร  หากแต่เพียงหนังสือพูดไม่ได้.............

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น